งานวิจัยปริญญาเอก ต้องอ่านเยอะแค่ไหน?
- คณวัฒน์ อัศวฉัตรโรจน์

- Aug 17, 2024
- 1 min read

ในการทำวิจัย หรือ วิทยานิพนธ์ (รวมไปถึง Dissertation และ Thesis ในต่างประเทศ) การกำหนด Scope งานวิจัยตัวเองเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะเราจะจบไม่จบมันจะขึ้นอยู่กับคำถามที่เราตั้งไว้ และ คำถามนั้นต้องผ่านมาตรฐานด้วย
Scope งานวิจัยจะเป็นการบอกคร่าวๆว่า ขอบความรู้ที่เราศึกษาควรจะอยู่ประมาณไหน (โดยเฉพาะงานปริญญาเอกที่ต้องเอาชนะขอบความรู้) ต้องอ่านอะไร และ อ่านเยอะแค่ไหน
เอาจริงๆขอบความรู้ที่ นักวิจัยเอาชนะมันเล็กน้อยมาก ถ้าเทียบกับความรู้ที่มีอยู่ในโลก และคนที่เรียนหรือจบกระบวนปริญญาเอกไม่ได้ฉลาดกว่าคนอื่น แต่จะแค่เชี่ยวชาญรู้ลึกในเรื่องทีเลือกอ่านและศึกษาเท่านั้น (ซึ่งส่วนใหญ่ซุปก็จะไม่เลือกเรื่องที่อ่านเยอะ เพราะมันเป็นไปแทบไม่ได้ที่จะชนขอบความรู้ที่กว้าง)
จริงๆ Skills ที่นักวิจัยได้จากกระบวนการที่โดนปฎิเสธ และ โดนท้าทายสิ่งที่เราค้นพบและเชื่ออยู่ตลอดเวลา กับงานที่เหมือนจะไม่มีวันเสร็จ มันค่อนข้างจะทรมาน แต่มันจะเป็น Skills ที่จะติดตัวเราไปซึ่งอาจจะมีค่ามากกว่าใบปริญญา... แต่การที่จะได้สิ่งนั้น จะต้องแลกมาหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น สุขภาพจิต, เวลา, รวมไปถึง ความสัมพันธ์ (ถึงแม้ใบปริญญาและ ยศจะไม่สำคัญ เท่าSkillsที่ได้ แต่เวลาเห็นแบบคนใช้วุฒิปลอม หรือคนที่มีมายากล จะรู้สึกไม่ค่อยแฟร์กับคนที่เค้าพยายามทำจริงๆให้จบกระบวนการเท่าไร..)
สุดท้ายค้นพบว่า "ถึงแม้จะได้ทุนให้เปล่าจากมหาลัยปลายทางที่ทำวิจัยมาเรียน แต่สุดท้ายถ้าไม่ได้เป็นนักวิชาการ, Consult หรือ อาจารย์ การใช้เวลาในการ
เรียนปริญญาเอกคืออาจจะไม่คุ้มกับสิ่งที่เสียไปเลย ถ้าไม่ได้ต่อจุดมันและใช้ประโยชน์มันจริงๆ"
บางทีขอบความรู้มันเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด เพราะมันจะมีอะไรเข้ามาใหม่เรื่อยๆ แต่ในเมื่องานวิจัยมันต้องจบ
วันนี้เลยคุยกับซุปว่า "อ่านจนไม่รู้จะอ่านอะไรแล้ว"
(High Context คือ ปล่อย ให้ส่งเล่ม ปล่อยให้ไปสอบเหอะ) พร้อมกับส่งไฟล์ Excel ที่เวลานั่งอ่านเสร็จจะจดไว้ ปรากฎว่าภายใน 3 ปี อ่านหนังสือ และ งานวิจัยไปแล้ว 474 เล่ม (ไม่นับเล่มที่อ่านแล้วไม่ Relate) แยกเป็น a, b, c เรื่อง(แต่จะ Referแค่บางเล่มในงาน) พร้อมบอกซุปไปว่างานเราจะใหม่ตรง x, y, z กับขอบความรู้ 474 เล่มที่มี ซึ่งเชื่อว่าเพียงพอแล้ว
เชื่อว่ามีนักเรียนปริญญาเอกที่อ่านเยอะกว่านี้ (และบางคนอาจจะอ่านน้อยกว่านี้) ซึ่งสมองคนเราไม่สามารถจำ Data เยอะได้ขนาดนั้น การจดและการทยอยเขียนระหว่างอ่านเลยเป็นสิ่งสำคัญ เพราะสุดท้ายสิ่งที่จะสอบคือ Scope ที่เราตั้งและความรู้ที่เราสังเคราะห์นี่แหละ
P.S หลังๆเลยไม่มีเวลาเขียนเพจเท่าไร ไว้ Manage สิ่งนี้ได้แล้วจะกลับมานะครับ 🤣




Comments