top of page

SCB...โอกาส...และความเสี่ยง


เป็นที่ทราบกันดีว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมาธุรกิจธนาคาร ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงบนโลกออนไลน์เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเห็นได้จากการลดจำนวนสาขา การลดจำนวนพนักงานลง อันเนื่องมาจากลูกค้าทำธุรกรรมออนไลน์กันมากขึ้น

SCB เองก็ได้พยายามคลอดธุรกิจใหม่ๆออกมาเสมอ เช่น SCB 10X หรือบริษัทลูกต่างๆอีกมากมาย

อย่างไรก็ดีบริษัทลูกของ SCB ก็มักจะอยู่ในอุตสาหกรรมการเงินเสมอ ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะเป็นการขยายธุรกิจโดยใช้ Asset ที่บริษัทแม่มีอยู่แล้ว นั่นก็คือ "ความรู้" "ความชำนาญ" ในอุตสาหกรรมนี้นั่นเอง

การที่ SCB ตัดสินใจขยายธุรกิจมาเล่นในแวดวง food delivery นับว่าน่าชื่นชมในแง่ของการคว้าโอกาสในช่วงวิกฤตโควิด ที่คนหันมาใช้ food delivery เป็นทวีคูณ และในแง่ของความกล้า ที่จะก้าวออกจาก comfort zone ในอุตสาหกรรมการเงิน

นอกจากนี้ยังเป็นการ diversify risk เพื่อลดความเสี่ยง ในตลาดธนาคารที่กำลังอยู่ในช่วงขาลงอีกด้วย

อย่างไรก็ดีการตัดสินใจนี้ก็ยังคงมีความเสี่ยงเช่นกัน เนื่องจาก SCB อาจไม่มีความชำนาญสู้คู่แข่งสำคัญ อย่าง Grab, Lineman, Food Panda ได้

การใช้ move ไม่เก็บค่าธรรมเนียมในช่วงแรกๆจึงเป็น move ที่น่าสนใจ ในการชดเชยจุดอ่อนนี้โดยการสร้าง physical availability (นำเอาร้านขายอาหารมาขึ้นให้ได้มากที่สุด เพื่อให้มี choice ที่หลากหลาย รองรับความต้องการของผู้ซื้อ)

ในขณะเดียวกันการไม่เก็บค่าธรรมเนียมก็อาจช่วยให้ผู้ซื้อแบกรับภาระราคา ที่ผู้ขายมักส่งต่อมาให้ผู้ซื้อน้อยลงเช่นกัน ซึ่งหมายความว่าผู้ซื้อรับรู้ ว่าราคาบน Robinhood ถูกกว่าที่อื่น และอยากจะซื้อบน Robinhood มากกว่า

ในระยะยาว เมื่อ traffic บน platform Robinhood มีจำนวนมาก SCB อาจเล่นโปรโมชั่นกับการชำระเงินผ่านบัตร หรือ ธนาคารของตัวเองเป็นหลัก เพื่อกระตุ้นให้บริษัทแม่มี performance ที่ดีมากขึ้นได้อีกด้วยครับ

 

Written by Tanan Udomcharn

Comments


bottom of page