top of page

การชอบโหยหาถึงความปลอดภัยในอดีต (Nostalgia Marketing)


"บัลลังก์เมฆ The Musical 2019" (Nostalgia Marketing)

ปกติเป็นคนชอบฟังเพลงเก่าเพราะเป็นคนชอบโหยหาถึงความปลอดภัยในอดีตผ่านเสียงเพลง วันนี้มาดูละครเวที "บัลลังก์เมฆ" เป็นครั้งที่ 3 ใน3 ยุค (ครั้งแรกในปี 2001 ครั้งที่สองในปี 2007 และครั้งที่สามในปี 2019)

"ละครเวที" คือ การสื่อสารสองทางระหว่างนักแสดงกับคนดู บทบัลลังก์เมฆเป็นการเล่าถึงเรื่องราวของชีวิตที่มีขึ้นมีลงของ "ปานรุ้ง" เนื่องจากแต่ก่อนตอนที่เราดูนั้นประสบการณ์ชีวิตยังน้อย (อายุ 11, 18) ตอนนั้นก็รู้สึกว่าเพลงเพราะดี แต่พอมาดูในช่วงอายุใกล้ 30 ที่เริ่มเข้าใจชีวิต และผ่านเหตุการณ์ชีวิตที่ Link กับละครเรื่องนี้มาพอสมควร ทำให้สิ่งที่ได้จากการดูละครเวทีในครั้งนี้นั้น "ตกตะกอนหลายๆสิ่งได้พอสมควร และรู้สึกว่าตัวเองโตขึ้นจากในอดีต"

และที่สำคัญการดูละครเวทีครั้งนี้สนุกมากกว่าสองครั้งที่ผ่านมา และค่อนข้างอินเพราะการฟังเพลงแต่ละเพลงจะมีเหตุการณ์ในอดีตสามช่วงชีวิต (อายุ 11,18,30) ผุดขึ้นมา โดยที่มีเพลงที่Original และผ่านการ Reprise ด้วยคนร้องคนใหม่และการตีความของนักแสดงเป็นสื่อกลาง และทำให้บางช่วงเหมือนตัวเราเองผุดเข้าไปอยู่ในตัวละคร

ซึ่งการที่นักแสดงจะเล่นให้คนดูอินนั้นและเข้าไปเป็นส่งนหนึ่งของละครนั้น นักแสดงต้องเก่งและใช้สมาธิสูงมาก จากที่ได้ดูขอชื่นชมน้องที่เล่นบทเป็น "ปกรณ์" ที่ร้องเพลงเก่งมาก และตีความได้เนียน น่าเอ็นดู และ เป็นธรรมชาติ จนต้อง Search Google ว่าน้องเขาคือใคร ปรากฎว่าน้องเขาชื่อ "ตะวัน พันวา" ผู้ที่มีผลงานThe Voice Kidsมาก่อน

ในการทำการตลาดเสียงเพลง เป็น Tools ที่มีพลัง" เพราะสามารถรื้อฟื้นความทรงจำ, ดึง Moment ในช่วงชีวิตดีและร้ายออกมาได้, เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมคน (เช่น เปิดเพลงช้าในร้านอาหารสามารถทำให้คนสั่งเครื่องดื่มมากขึ้น) หรือ ทำให้คนมีส่วนร่วมไปกับเพลง(คอร์ด Minor ทำให้คนเศร้า)

Nostalglia Marketing สามารถ Touch ถึงฝั่ง Emotion ได้เสมอสำหรับTargetคนที่อยาก "Wrapping self in a comfortable blanket of the good old days" เสมอ

ตอนแรกแอบมีอคติเพราะติดกับVersionเก่า แต่พอได้มาดูแล้วรู้สึกว่าองค์ประกอบทุกอย่างของละครทำออกมาได้ดีมากๆจนทำให้ลืม Version เก่าไป

สรุป: ใครยังไม่ดู แล้วพอมีเวลาว่างแนะนำให้ไปดูนะครับ 9/10

bottom of page