เมื่อปริญญาเอก ไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต
- คณวัฒน์ อัศวฉัตรโรจน์

- Apr 29, 2023
- 1 min read

Reflection หลังผ่านการเรียนปริญญาเอกมาครึ่งทาง: เมื่อปริญญาเอกไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต
ผ่านครึ่งทางของการเรียนปริญญาเอกพอดี 1 ปี 6 เดือน จากที่แพลนว่าขอลองให้จบภายใน 3 ปี (ปกติคนส่วนใหญ่จะจบ3ปีครึ่งหรือ 4 ปี ตามหลักสูตรประเทศอังกฤษ Full-time) ถึงแม้ตอนนี้จะยังตาม Track 3ปี แต่เริ่มมีเผื่อใจไว้แล้วว่าอาจจะเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นในอนาคตทำให้จบไม่ทันตามเป้า
มีคนบอกว่าตอนเรียนปริญญาเอก จะมีจุดดีใจอยู่สองจุดใหญ่ๆ จุดแรก คือ จุดที่มหาวิทยาลัยตอบรับ, จุดที่เริ่มเรียนด้วยความตื่นเต้น และจะมีจุดพักหายใจคือสอบProposal ผ่าน จุดดีใจจุดที่สองคือหลังสอบ Viva ผ่าน หรือจุดที่รู้ว่าตัวเองจะจบแน่ๆ
เข้าใจว่าระยะเวลาในการเรียนที่ตั้งและโจทย์แต่ละคนไม่เหมือนกัน เห็นหลายๆคนพอเข้ามาเรียนแล้วอยากเร่งให้จบ ด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง เช่น เงินทุน, ครอบครัว, สุขภาพ (ในกรณีแอดน่าจะเป็นเรื่อง Opportunity Cost ในการทำอย่างอื่น, Relationship, และครอบครัว)
จนถึงจุดนี้ ถ้าใครผ่านมาน่าจะพอรู้ว่าความยากในปริญญาเอกมันไม่ใช่เรื่องงานวิชาการ แต่เป็นความยากในเรื่องการ Manage Uncertainties ที่มาจากปัจจัยที่ทำงานให้สำเร็จมากกว่า โดยเฉพาะการ Manage Supervisors (ได้ซุปดีมีชัยไปกว่าครึ่ง), การที่ปรับตัวกับงานที่อิสระมากๆได้, หรือ การเก็บข้อมูลให้ได้ตามเป้า
ที่ยากไปกว่านั้นมันคือการ Manage สิ่งรอบตัวหลายๆอย่างๆ โดยเฉพาะ Mental Health ตัวเอง, Imposter Syndrome, อารมณ์ และ สิ่งต่างๆรอบตัวที่เข้ามา เช่น บางคนทำงานประจำไปด้วย, บางคนพ่อแม่ป่วยเลยต้องหยุดเรียน, บางคนต้องเลี้ยงลูกไปด้วย พึ่งคลอดลูก, บางคนมี Opportunity ที่น่าสนใจมาเสนอระหว่างทาง, บางคนมีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์, รวมไปถึง การ Manage Darkside ในการเรียนปริญญาเอก
ในระยะเวลา 3-7 ปี การเรียนปริญญาเอก 1 ใบ จึงมีต้นทุนที่สูงมาก (แอดได้ทุนให้เปล่าเรียนฟรี ก็ยังคิดว่าต้นทุนมันสูงอยู่ดี) โดยเฉพาะในวัย 30 กว่าๆ ที่ต้นทุนเวลามีค่ามากขึ้นเรื่อยๆ แต่ถึงจุดนึงถ้าจะ Harvest ในอนาคต การ Invest และการ Sacrifile จึงเป็นสิ่งจำเป็น ..
หลายๆครั้ง ด้วยต้นทุนที่สูงเหล่านี้แหละ จึงมีความรู้สึกอยากเร่งให้จบ ถ้ามองแบบเด็กพึ่งมาเรียนใหม่ๆ คิดว่า 100,000 คำ (หาร 3ปี) ก็คงใช้เวลาไม่มาก แต่พอมาทำจริงๆแล้ว การเรียนมันไม่ใช่เป็นเส้นตรงขนาดนั้น จำนวนคำจึงไม่ใช่จุดหมาย แต่พอเรามีความคาดหวังและไม่เป็นไปตามคาดหวังคนส่วนใหญ่ก็จะเกิดความเครียด ยิ่งเวลามันเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ
สุดท้ายเลยตกตะกอนได้ว่า ใบปริญญาเอกจริงๆ คือ Process ซึ่งเผลอๆสำคัญมากกว่าตัว Product ที่จบอีก
พึ่งได้มีโอกาสคุยกับเพื่อนคนไทยคนนึงตอนนี้เป็นอาจารย์ Full-time อยู่ที่อังกฤษ เขาให้แง่คิดว่า เราจะมีเวลาเรียนรู้จริงๆที่ผ่านกระบวนการจริงๆ คือ ช่วงปริญญาเอกนี่แหละ ก่อนที่จบไปแล้วเราต้องใช้สกิลที่ได้จากการเรียน3ปี มาทำงานของจริงที่มี Deadline ที่ต่างกัน
"พวกเราโชคดีที่ได้ซุปเก่ง ใส่ใจ เพราะมันเป็น 3 ปีที่จะกำหนด academic career มีอาจารย์หลายคนมากที่ จบ เอก มาแบบไม่เคยฝึกวิเคราะห์ข้อมูลให้ลึกจริง ไม่เคยฝึก theorise ข้อมูล เน้นจบเร็ว แต่พวกนี้เค้าต้องใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อฝึกสกิลนี้ให้ publish top journals" ซึ่งสุดท้ายมันคือการ Balance คุณภาพกับใบปริญญา
ด้วยภาวะต่างๆที่แตกต่างกัน โจทย์ในการเรียน ปริญญา เอก แต่ละคนเลยไม่เหมือนกัน และมีระยะเวลาเป้าหมายที่ตั้งไว้ต่างกัน ส่วนตัวไม่ได้มองว่า คนเป็น ดร. ฉลาดกว่าคนอื่น ถึงแม้จะรู้ลึกในเรื่องที่ทำมากกว่าคนอื่น แต่จะเข้าใจ Respect เขาในแง่ของความเป็นมนุษย์มากกว่าความรู้ว่า "มีการผ่านการManageสิ่งที่ยากมาได้ ในช่วงเรียน" (ถ้าได้เรียนและอยู่กับมันจริงๆ) จะจบช้าจบเร็วก็ค่าเท่ากัน ส่วนคนที่ถอยกลางคันก็ไม่ได้มองว่าเขาไม่เก่ง หรือ เขายอมแพ้ ถ้าออกแล้วมีช่องที่ดีกว่า เพราะปริญญาเอก มันก็ไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต แต่ถ้าใครถอยหลังไม่ได้ ก็อยากจะบอกว่าให้สู้ต่อไป ...
ถึงแม้ปริญญาเอกจะ Adapt ให้เหมาะกับแต่ละคนได้ แต่สุดท้ายปริญญาเอกก็ไม่เหมาะสำหรับคนทุกคน ...




Comments