top of page

การศึกษาใน Norway (ตอน2): มองการศึกษา Norway 🇳🇴 แล้วย้อนกลับมาดูการศึกษาไทย

การศึกษาไทย

ผมเจอครูพาเด็กมาทัศนะศึกษาที่ Musuem ใน Oslo (อายุประมาณชั้นประถม) เลยสังเกตุว่าเขาทำอะไร เท่าที่เห็นคือ ครูจะให้เด็กมาตีความว่า "แต่ละภาพสามารถสื่อความหมายได้ว่าอะไร" (ในมุมมองของเด็ก) แล้วแต่ละภาพก็จะเปลี่ยนเด็กไปเรื่อยๆ มาอธิบาย


รู้เลยว่า ที่ประเทศนอร์เวย์ เขาไม่ได้เรียนมาแบบท่องจำ ... การศึกษาชั้น 1-6 ที่นอร์เวย์ (น่าจะประมาณป.1 - ป.6 บ้านเรา ไม่มีการสอบแข่งขัน และ สอบวัดระดับ) เด็กจะเป็นตัวของตัวเอง และ ไม่โดนกดดัน แต่ถ้าโตขึ้นหน่อย 7-10 ก็จะมีการประเมิน (แต่น่าจะไม่ได้ประเมินแบบสุดโต่ง) ส่วนจบเกรด 10 เด็กจะเรียนต่อหรือไม่ก็อยู่ที่เด็กเอง


ถ้าเป็นที่ไทย ถ้าใครผลคะแนนดีตอนเด็ก ถ้าพ่อแม่ Push หน่อย อาจจะโดนเล็งให้เรียนวิทย์ก่อน เป็นหมอ หรือ วิศวะ (อย่างน้อยในยุคแอดตอนนั้น ไม่แน่ใจตอนนี้ยังเป็นเหมือนเดิมไหม) แต่ความรู้สึกผมคือ เรียนเก่งที่ไทยไม่จำเป็นต้องเป็นหมอ หรือ เป็นวิศวะ ก็ได้ (แต่ด้วยสังคมไทย รู้สึกว่าการงานมันค่อนข้างเหลื่อมล้ำ แต่เข้าใจว่าพ่อแม่ก็คงอยากไปให้สุดก่อน เพราะทุกอย่างมันไม่แน่นอน อารมณ์เรียนเผื่อไว้ก่อน มันก็เลยจะมีคำพูดว่า "เก่งแบบนี้น่าจะเรียน ...")


จริงๆอยากเปิดให้เห็นถึงความสำคัญของสายศิลป์ แต่ก็เข้าใจว่าสายศิลป์ในเมืองไทย มันไม่เหมือนประเทศที่พัฒนาแล้วจริงๆ และ ผมยังมีความรู้สึกว่า สายสังคม เมืองไทย (อย่างน้อยตอนผมอยู่มัธยม) ยังมีความเรียนแบบท่องจำอยู่ มากกว่าการเข้าใจ การสร้างสิ่งใหม่ .. การวิเคราะห์ และ เอาไปใช้จริง .. (แต่คำถามคือ คนที่กำหนดว่าเด็กต้องรู้อะไร เขาวัดจากอะไร .. )


ส่วนตัวรู้สึกว่าประเทศไทยเรียนวิชาการมากเกินไป เรียนอัดๆไปก่อน .. (กับคำว่าเผื่อ) ถ้าใครโตขึ้นมาหน่อย ก็พอจะรู้ว่าคนที่ไม่ได้ประสบความสำเร็จในการเรียนตามหลักสูตร (ที่ไทย หรือ ที่ไหนก็ตาม).. ก็ประสบความสำเร็จในชีวิตได้ถ้าเขาเอาตัวรอดได้ และ ไม่ทำให้คนเดือดร้อน เพราะฉะนั้นอย่าไปกำหนดว่า เกรดเท่านี้ อนาคตเด็กจะเป็นยังไง


โดย เคนนี่ คณวัฒน์


 
 
 

Comments


4fcb11_c8e72d1842424212abd8b07461a13130~mv2.jpg
486839139_1218384076954006_5468818162111973495_n.jpg
unnamed (3).png

©2026 by Marketing Everywhere

bottom of page