top of page

กลยุทธ์นักเรียน 4 กลุ่ม เขียนเล่มจบ (ปริญญาโท เอก)

เล่ม-Dissertation

เห็นช่วงนี้เด็กป.โทในอังกฤษ กำลังส่งเล่ม Dissertation กัน เลยเริ่มตกผลึกเรื่องกลยุทธ์การส่งเล่มจบ เคสนี้ขอใช้กรณีของเด็กปริญญาเอกลองเป็น Case ดู


คนเรียนปริญญาเอกแบบมาตรฐานปกติส่วนใหญ่จะมี 2 แบบ คือ เรียน Part-Time และ Full-Time *ซึ่งรวมไปถึงคอร์สที่เรียน ศุกร์, เสาร์ อาทิตย์ (แต่ขอไม่พูดถึงพวกที่คอร์สจ่ายครบจบแน่) เคสนี้ขอพูดถึงคนที่เรียน Full-Time ก่อน


ผมพึ่งกลับไปเจอเพื่อนที่เรียนปริญญาเอกที่ไทยแบบ Full-time มา (ได้ข้อมูลว่าจาก Data 36 คน Full-Time เสาร์อาทิตย์ คือยังไม่มีใครจบ ภายใน3ปี) ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะถึงแม้จะเป็นFull-Time แต่คนส่วนใหญ่ เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย มีลูกและครอบครัว


ปกติการเรียน PhD ที่ UK แบบ Full-Time ใช้เวลา ประมาณ 4-7 ปี (ขึ้นอยู่กับเรื่องที่ทำ ความสัมพันธ์กับซุป, ปัจจัยแวดล้อม, อยู่ที่ว่าจะตัดจบเท่าไรแบบมีคุณภาพ: มหาลัยที่อังกฤษบางมหาวิทยาลัยจะไม่ให้ส่งเล่มก่อน 3 ปี ยกเว้นกรณีพิเศษ)


เลยมานั่งคิด Segmentation เล่นๆ ว่า Strategy คนเรียนปริญญาเอก และ ปริญญาโท "จบไม่จบ" แบ่งได้เป็น 4 กรณี


1.) กลุ่มที่จงใจยืด


กลุ่มนี้พอจะใกล้จบแล้ว ไม่อยากจบ ซึ่งมีอยู่จริง*


บางทีคนเห็น Opportunity ในงานตัวเอง แล้วขยายงานวิจัยตัวเอง เช่น บางคนเลือกทำ Qualitative แต่พอเก็บ Data เสร็จไปทำ Quali เพิ่ม, บางคนอยากไปแปลกเปลี่ยน, บางคนอยาก Upgrade งานตัวเองเลยยังไม่ส่งเปเปอร์


ผมเคยคุยกับคนสองคน คนแรกเอาทุนมหาวิทยาลัยในไทยมาแล้วมาเรียนปริญญาเอกที่ต่างประเทศ ชีวิตเขามองว่าเขา Happy* เลยยังไม่อยากกลับ (อยู่ไปเรื่อยๆ แต่เหมือนต้องใช้ทุนนานขึ้นเรื่อยๆ) คนที่สองพาสามีมาด้วย แล้วสามีได้วีซ่าติดตามมาทำงานได้ ชีวิตทำงานที่ต่างประเทศเหมือนจะไปได้สวย แต่ภรรยาต้องกลับไปใช้ทุนที่เมืองไทย วีซ่าทำงานสามีจะหมดตาม พอจะเขียนบทจบบทสุดท้าย เลยหยุดเขียนเอาดื้อๆ


2.) กลุ่มที่ทิ้งงานป.เอกไว้ก่อน


ด้วยที่ว่าพอ Timeline เมื่อไรก็ได้ภายใน 7ปี ถ้าเป้าไม่ชัดมากๆ หรือบางทีมีอะไรที่น่าสนใจเข้ามาตลอดเวลา มันเลยทำให้ไม่โฟกัสงานตัวเอง กลุ่มนี้ต่างกับกลุ่มแรกที่ว่า กลุ่มนี้ไม่ได้ Focus กับงานปริญญาเอกตัวเองมากนัก เคยเห็นบางคน (อาจจะน้อยคนมากๆ) แปะไว้ก่อนว่าฉันเรียน ป.เอกอยู่นะ เพื่อประโยชน์บางอย่าง เช่น หางาน, Equip Identity ตัวเอง ... ซึ่งบางคนก็พยายามจะเข็นตัวเองให้จบทีหลัง บางคนก็เป็น?ไว้ บางคนก็ไม่เรียนแล้ว


3.) กลุ่มที่ไม่ได้จะยืดแต่มันยืด


กลุ่มนี้ตั้งใจอยากจะจบ แต่สภาวะ (ยัง)จบไม่ได้ เช่น เปลี่ยนซุปกระทันหัน, เก็บข้อมูลไม่ได้, ยังรอตีพิมพ์ก่อนจบ, รอกรรมการสอบ สอบแล้วแต่โดน Major ซึ่งหลักๆจะเป็นปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ แต่ตัวเองอยากเร่งจบเต็มทน


4.) กลุ่มที่เร่งก่อนกำหนด (สำเร็จไม่สำเร็จอีกเรื่องนึง)


จบ 3ปี มักจะเป็นมุกที่เด็กปีหนึ่งไฟแรงชอบพูดกันว่า "จบ3ปีนะ" (แล้วก็จะหัวเราะอย่างมีความสุข) พอเอาเข้าจริงๆสามปีแทบจะเป็นไปได้ยากในภาวะปกติ เพราะชีวิตจริงคนมาเรียนปริญญาเอกมันเป็นวัยที่ต้องดูแลตัวเองมากๆปล้ว บางทีต้องหาเงิน หรือ มีชีวิตรอบข้างที่ดีด้วย


ถ้าจะเร่งอัดจริงๆ มันจะเกิดเหตุการณ์ เบื่อสาย Academic เพราะ ชีวิตจะมีอยู่แค่ อ่าน Literature เก็บ Data และ Write Up (ตรวจข้อสอบ + สอนหนังสือ) มันคือเร่งๆๆๆ และกลุ่มนี้มักจะมีปัญหาเวลาเร่งมากๆ ทำให้ Burnout และไม่อยากทำต่อ แต่พอมองภาพรวมแล้วมันก็ยังยากอยู่ดี


สุดท้ายเลยกลับมาคำถามเดิมว่า "ชีวิตคนเราไม่ได้มีแค่ปริญญาเอก... แต่ถ้าอยากจบไว ชีวิตต้องมีแค่ปริญญาเอก? " แต่สุดท้ายคนที่ชีวิตมีแค่ปริญญาเอก ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะจบไวเหมือนกัน (เพราะปัจจัยแวดล้อมมันเยอะเหลือเกิน) ตกผลึกได้ว่า Timeline แต่ละคนไม่เหมือนกัน ค่อยๆปรับให้เข้ากับตัวเอง

บางคนชีวิตอาจจะมีความสุขหลังปริญญาเอก แต่บางคนอาจจะแบ่งพักระหว่างทาง (แต่ Confirm ได้ว่า ช่วงที่ไม่ได้ทำงานปริญญาเอก หรือ ช่วงที่ลืมๆมันไปซะ ชีวิตก็มีความสุขดี แต่อาจจะต้องแลกกับงานไม่เดิน)

เอาจริงๆ Dissertation ของปริญญาโท ไม่ต้องเกรดดีมากก็ได้ ถ้าไม่ต่อปริญญาเอก ส่วนปริญญาเอกมันไม่มีเกรด ขึ้นอยู่ว่ามาตรฐานในการจบแต่ละที่เป็นแบบไหน แล้วเราHappyกับงานตัวเองแค่ไหน ที่พอให้เราถึงฝั่งฝัน แล้วชีวิตภาพรวมโอเค ซึ่งแต่ละคนจะมีโจทย์ไม่เหมือนกัน

 
 
 

Comments


4fcb11_c8e72d1842424212abd8b07461a13130~mv2.jpg
486839139_1218384076954006_5468818162111973495_n.jpg
unnamed (3).png

©2026 by Marketing Everywhere

bottom of page